30-50% off hundreds of digital assets! WordPress themes, video, music and more 30-50% Off Go to Sale
Advertisement
  1. Design & Illustration
  2. Patterns
Design

วิธีวาดและใช้ลายพืชเมืองร้อนแบบไร้รอยต่อใน Adobe Photoshop

by
Difficulty:IntermediateLength:LongLanguages:

Thai (ภาษาไทย) translation by Yanisa Chuangcham (you can also view the original English article)

Final product image
What You'll Be Creating

ไอแดดในสวงสรรค์เขตร้อน!  จะมีอะไรดีกว่านี้อีก? ในบทความนี้เราจะสร้างลายพืชเมืองร้อนกัน ทำแบบไร้รอยต่อ เราจะใช้รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานและรูปทรงที่วาดเอง ทำให้มีรูปร่างแปลกตาสวยงามด้วยไม่กี่คลิกและเพิ่มรายละเอียดด้วยลายเส้นแบบพู่กัน 

ลายและพื้นผิวต่าง ๆ พบได้ทุกที่ในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะใช้ในการออกแบบเว็บไชต์และงานพิมพ์วัสดุต่าง ๆ ตกแต่งเสื้อผ้าและผนัง นอกจากนี้ยังใช้ในการห่อกระดาษและจุดประสงค์อื่น ๆ อีกด้วย

วิธีการที่จะสอนต่อไปนี้ เราจะวาดพื้นผิวแบบธรรมชาติ  เมื่อฝึกจบบทแล้ว คุณจะสามารถสร้างสรรค์ลวดลายต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นลายดอกไม้ ลายเทศกาลวันเกิด ลายกระดาษห่ออาหาร หรือลายอื่น ๆ  ถ้าคุณต้องการเพิ่มความสามารถด้วยการวาดภาพพื้นผิวหลายแบบ ลองดูตัวอย่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่ Envato Market แล้วก็เตรียมลงมือเลย!

ใช้รูปทรงพื้นฐานและกำนดเองเพื่อวาดส่วนประกอบของภาพ

ขั้นตอนที่ 1

เริ่มต้นด้วยการเปิดคำสั่ง New File ขนาด 2000 × 2000 px  เรากำลังสร้างขนาดไฟล์ให้ใหญ่พอรองรับงานในกรณีสั่งพิมพ์

make a new file

ขั้นตอนที่ 2

วาดวงรีด้วยคำสั่ง Ellipse Toll (U) เพื่อขึ้นโครงสับปะรด  วาดวงรีสีเหลืองสดขนาด 550 x 660 px ขึ้นมา 1 วง สามารถปรับขนาดรูปทรงและเปลี่ยนสีได้โดยเลือกแถบ Properties (ไปที่ Window > Properties)

ใช้คำสั่ง Direct Selection Tool (A) เพื่อเลือกจุดเริ่มต้นและลากแขนของเส้นตรง ลากเส้นตรงฐานสับปะรดให้ยาวเล็กน้อยเพื่อให้ฐานดูแบนขึ้น

make a pineapple from ellipse

ขั้นตอนที่ 3

คราวนี้ก็มาวาดหัวหรือ "ขั้ว" สับปะรดกันต่อ  เรายังคงใช้คำสั่ง Ellipse Tool (U) เพื่อวาดวงรีขนาด 70 x 400 px แล้วลงสีเทอร์ควอยซ์ (เขียวอมฟ้า) ในภาพ

ใช้คำสั่ง Convert Point Tool (อยู่เมนูคำสั่งเดียวกับ Pen Tool) แล้วคลิกจุดเริ่มต้นส่วนบนและล่างเพื่อวาดให้ปลายเรียวแหลม

make a leaf from ellipse

ขั้นตอนที่ 4

ดัดรูปใบให้โค้งงอ กดปุ่ม Control-T พร้อมกัน เพื่อกำหนดทิศทางอิสระ (Free Transform Path) คลิก เมาส์ขวา และเลือกคำสั่ง Warp ไปที่ control panel ตรงด้านบนและเลือกเมนูคำสั่ง Arc เราต้องการรูปทรงโค้งไปทางซ้าย ดังนั้นจึงต้องคลิก Change the warp orientation และตั้งค่า Bend ให้เป็น 30

สวยใช้ได้เลย! ทีนี้ก็กด Enter เพื่อใช้งาน

bend the shape with warp arc

ขั้นตอนที่ 5

กด Conntrol-T เพื่อสร้าง Free Transform Path ปรับหมุนใบ และวางที่ผลสับปะรด ใช้รูปทรงเดียวกันนี้โดยกด Control-J เพื่อสร้างใบให้เป็นชั้น ๆ  ทำใบให้ใหญ่ขึ้นด้วย Free Transform Path และวางทับใบแรกที่ทำก่อนหน้า ทำอีกใบหนึ่ง เปลี่ยนขนาดใบก็ได้เช่นกัน

เลือกทั้งสามใบ โดยกด duplicate (หรือ Control-J) แล้วใช้คำสั่ง Edit > Transform > Flip Horizontal เพื่อพลิกภาพเป็นอีกด้านหนึ่ง ปิดท้ายด้วยหัวสับปะรด วางใบซ้อน ๆ กัน และวางใบแนวนอนให้อยู่กลางภาพ

form the crown of the pineapple

ขั้นตอนที่ 6

ทีนี้เราต้องการให้ภาพสับปะรดแก้ไขได้เผื่อต้องการลงรายละเอียดเพิ่มเติม  โดยเลือกวงรีสีเหลืองในแถบ Layer คลิกขวา และ Rasterize Layer (Raster เป็นภาพที่ประมวลผลจากค่าสีแต่ละพิกเซล หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเกิดจากจุดสีต่าง ๆ มาประกอบรวมกันเป็นภาพ เมื่อขยายไฟล์ให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดของภาพจะลดลงและเห็นเป็นจุด ๆ) หลังจากทำภาพเป็นแบบ Raster แล้ว เราก็จะไม่สามารถเปลี่ยนขนาดโดยคุณภาพไม่ลด อย่างไรก็ดี เรายังใช้แปรงและยางลบด้วยคำสั่ง Eraser Tool (E) ได้

Rasterize layer

ขั้นตอนที่ 7

ทีนี้ก็มาถึงการกำหนดสเกลหรือแบ่งสับปะรดเป็นส่วน ๆ กันบ้าง  เราจะใช้ Clipping Mask เพื่อให้เราลบหรือวาดซ้ำได้อย่างง่ายดาย โดยที่ไม่ทำให้ชิ้นงานของเราเสียหาย

เลือกเลเยอร์วงรีสีเหลืองในแถบ Layers และคลิกคำว่า Add vector mask ตรงด้านล่างของแถบคำสั่ง

ลากเส้นด้วยคำสั่ง Pen Tool (P) และทำเส้นทแยงมุมบนสับปะรดด้วยการกดปุ่ม Shift

use Pen Tool P and make a diagonal line across the pineapple

ขั้นตอนที่ 8

เลือก Clipping Mask ใน Layers แล้วเลือกคำว่า Fill เพื่อเติมสีดำซึ่งมีสีต่าง ๆ ให้เลือกในแถบ Color

เลือก Brush Tool (B) แล้วคลิกเมาส์ปุ่มขวาเพื่อดูแปรงต่าง ๆ ที่มีอยู่ เลือแปรงหน้าตัดกลมตามขนาดที่ต้องการ ในทีนี้จะเลือกใช้หัวแปรง Hard Round 9 #1 จากแปรงแบบ M Brushes ที่ตั้งค่าไว้

สลับไปใช้คำสั่ง Pen Tool (P) คลิกเมาส์ปุ่มขวา บนพื้นที่วาดรูปแล้วเลือก Stroke Path ตั้งค่า Tool ให้เป็น Brush แล้วกด OK เพื่อกำหนดลายเส้น คุณจะเห็นว่า ยังมีเส้นเวคเตอร์ที่วาดด้วย Pen Tool (P) ให้เห็นอยู่

เราทำแบบนี้เพื่อให้มีช่องว่างบนภาพ ลบพื้นที่บางส่วนออกไปโดยใช้ Clipping Mask

apply Stroke Path 1

ขั้นตอนที่ 9

วาดเส้นทแยงเส้นใหม่ด้วย Pen Tool (P) หรือเลือกทิศทางเส้นเวคเตอร์ที่มีอยู่ด้วย Move Tool (T) และกดปุ่ม Control-T เพื่อสร้าง Free Transform Path ลากเส้นลงมา กด Enter เพื่อสร้างลาย เลือก Pen Tool (P) แล้วคลิกเมาส์ปุ่มขวาเพื่อเลือก Stroke Path

ลากเส้นลงมาเหมือนเดิมและกด Stroke Path เพิ่มช่องว่างให้ทั่วทั้งภาพสับปะรด

apply Stroke Path 2

ขั้นตอนที่ 10

เมื่อวาดสับปะรดด้วยฝีแปรงแล้ว เลือกทิศทางเส้นเวคเตอร์และกด Edit > Transform Points > Flip Horizontal เพื่อกลับด้านเป็นแนวนอน

ทำซ้ำตามขั้นตอนเดิมด้วย Stroke Path เพื่อเพิ่มเส้นให้ซ้อนและตัดกันบนภาพสับปะรด

add overlapping lines across the pineapple

ขั้นตอนที่ 11

สลับไปที่ Brush Tool (B) ใช้หัวแปรงขนาดเดิมขีดเส้นหรือแต้มจุดเล็ก ๆ ในตารางทุกช่อง อย่าลืมวาดบนเลเยอร์ Clipping Mask ด้วยนะ

คราวนี้ฐานสับปะรดก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมส่วนประกอบทั้งหมดของภาพด้วย Group (กด Control-G)

add details with brush

ขั้นตอนที่ 12

มาวาดลายใบไม้แบบง่ายสำหรับลายเมืองร้อนกันต่อ เลือก Ellipse Tool (U) และสร้างวงรีขนาด 80 x 700 px บนเลเยอร์ใหม่ ใช้ Convert Point Tool เพื่อทำหัวและปลายแหลมให้วงรี

shape a simple palm leaf from ellipses 1

ขั้นตอนที่ 13

กด Alt-Control-T เพื่อสร้าง Free Transform Path คลิกที่จุดแกนกลางใบแล้วลากลงมาปลายล่างสุดของภาพ จะเห็นได้ว่า รูปใบไม้ที่คัดลอกมาจะอยู่ในแถบ Layer หลังจากขยับย้ายจุดแกน ภาพจะออกมาเป็นอย่างที่เราต้องการพอดี และจะขยับรูปได้ก็ต่อเมื่อกด Alt-Control-T เท่านั้น

ทีนี้เราก็หมุนภาพใบไม้ได้ กด Enter เพื่อเลือกค่าที่เราเปลี่ยนแปลง และกด Shift-Control-Alt-T ไปเรื่อย ๆ เพื่อคัดลอกภาพใบไม้เก็บไว้ใช้เยอะ ๆ  นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการหมุนและปรับเปลี่ยนภาพพร้อม ๆ กัน

rotate the leaf

ขัันตอนที่ 14

เลือกภาพทั้งหมดโดยกด duplicate (Control-J) ใช้คำสั่ง Edit <Transform < Flip Horizontal เพื่อกลับภาพเป็นอีกด้าน ทำเป็นพุ่มใบไม้ใหญ่ คุณสามารถเพิ่มชิ้นส่วนเล็ก ๆ ตรงฐานภาพเพื่อกลบช่องว่างก็ได้ รวมทุกส่วนด้วยคำสั่ง Group (Control-G) เพื่อให้เลเยอร์เรียบร้อยและเป็นระเบียบ

shape the palm leaf from copies

ขั้นตอนที่ 15

ตอนนี้ก็มีส่วนประกอบลายเมืองร้อนแล้ว มาดูวิธีวาดภาพเพิ่มที่แสนง่ายกันดีกว่า ใช้ Custom Shape Tool (U) แล้วเลือกรูปทรงจากรายการใน control panel ด้านบน ตรงนี้มีดอกไม้ใบไม้หลายแบบให้เลือกเพียบ ซึ่งเข้ากับธีมของเราพอดีเลย เลือกรูปทรงที่ชอบและเอามารวมกันโดยคละสีและขนาด

use custom shapes to add flowers and leaves

2. เลือกพื้นผิวให้เข้ากับส่วนประกอบ

ขั้นตอนที่ 1

เริ่มจากสับปะรดของเรากันก่อน  เลือกเลเยอร์ที่มีรูปทรงสีเหลืองในแถบ Layer และกด Lock transparent pixels ตรงแถบด้านบน วิธีนี้ทำให้เราวาดลายได้ด้วยแปรง โดยไม่กระทบกับพื้นที่ว่างอื่น ๆ ทั้งด้านในและนอกของภาพ ดูเลยว่าเป็นยังไง!

เลือกหัวแปรงแบบกรันจ์ เช่น Dry Brush 1#2 จาก M Brushes ที่กำหนดค่าไว้ หรือลองพื้นผิวอื่น ๆ จาก Envato Market ตัวอย่างเช่น Chalk Scattering Brushes

เลือกสีส้มและเริ่มวาดจากฐานสับปะรดก่อน แล้วค่อย ๆ ไล่สีให้เข้มขึ้น

paint over the pineapple with textured brush

ขั้นตอนที่ 2

เริ่มจากขั้วที่อยู่บนหัวสับปะรดกันก่อน  ขั้นแรก กด Merge (Control-E) เพื่อรวมใบที่ขั้วเข้าด้วยกัน ทำภาพให้เป็น Raster โดยการคลิกเมาส์ปุ่มขวาตรงเลเยอร์ที่รวมกันแล้วในแถบ Layer

เราล็อกพิกเซลโปร่งแสงไว้เรียบร้อย แล้วก็ลงสีให้ทั่วสับปะรด เพิ่มพื้นผิวเล็กน้อยโดยแต้มสีเขียวเข้มที่ฐานและไล่สีอ่อนขึ้นไปถึงหัวสับปะรด

paint over the pineapple with textured brush 2

ขั้นตอนที่ 3

การวาดใบไม้ก็ใช้เทคนิคเดียวกับก่อนหน้านี้  จัดใบไม้สีเขียวให้อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน แล้วไปที่ Layer > Merge Group  ตรวจดูด้วยว่าเลเยอร์นี้ทำให้เป็น rater แล้ว และล็อกพิกเซลโปร่งแสงในแถบ Layers ใช้หัวแปรงแบบแห้งวาดใบให้มีรายละเอียดและประณีตยิ่งขึ้น

paint over the palm leaf with textured brush

ขั้นตอนที่ 4

มาลงสีดอกไม้สักดอกหนึ่งดีกว่า เปลี่ยนเทคนิคบ้าง เราจะไม่ทำภาพเป็น raster ในรอบนี้  เลือกเลเยอร์ดอกไม้ในแถบ Layers กด Alt ค้างไว้และคลิก Create a new layer 

สำหรับหน้าต่างที่เด้งออกมา ให้ทำเครื่องหมายถูกหน้ากล่องข้อความ Use Previous Layer to Create Clipping Mask เพื่อเชื่อมโยงเลเยอร์ใหม่กับดอกไม้เข้าด้วยกัน

เราก็จะลงสีดอกไม้บนเลเยอร์ที่เชื่อมแล้ว โดยที่ไม่ตัดเส้นภาพ

รวมเลเยอร์ดอกไม้เข้าด้วยกันโดยกด Group (Control-G) ให้ชิ้นงานดูเป็นระเบียบ

apply textures in the linked layer

ขั้นตอนที่ 5

เลือกเทคนิคก่อนหน้าที่ชอบมาใช้ในการลงสีภาพที่เหลือ โดยให้ภาพดูมีพื้นผิวและรายละเอียด

color all the rest elements

3. นำลายไร้รอยต่อมารวมเข้ากับลายเมืองร้อนที่ทำไว้

ขั้นตอนที่ 1

เลือกเลเยอร์ Background ใน Layers และลงสีฟ้าอ่อน จัดวางส่วนประกอบให้กระจายทั้งหน้าเลย

fill the background with light-blue color

ขั้นตอนที่ 2

คัดลอก (Control-J) ส่วนประกอบต่าง ๆ ปรับหมุนและพลิกด้าน (กด Edit > Transform > Flip Horizontal) เพื่อความหลากหลาย มีชีวิตชีวา ใช้ Custom Shape Tool (U) ใส่ดอกไม้ลงไปอีกเพื่อให้ลวดลายดูแปลกตา

arrange the elements on the canvas

ขั้นตอนที่ 3

เราได้ลวดลายแบบไร้รอยต่อออกมาแล้ว จะเห็นได้ว่า บางส่วนก็ขวางขอบริมซ้ายของหน้ากระดาษ เลือกส่วน (หรือหลายส่วน) ที่ขวางขอบอยู่ คัดลอกซ้ำด้วย duplicate (Control-J) แล้วกด Control-T เพื่อปรับทิศทางภาพ

ไปที่ control panel ด้านบนและหาคำตำแหน่ง Horizontal และ Vertical กำหนดเป็น X และ Y จะเห็นเป็นตัวเลขบางตัวที่กำหนดตำแหน่งของภาพของเรา คลิกปุ่มสามเหลี่ยมเพื่อกำหนดจุดของภาพ  พิมพ์เลข 2000 ในตำแหน่งค่า Horizontal (ซึ่งเท่ากับความกว้างของหน้ากระดาษ) ทำให้ภาพที่เลือกไว้เคลื่อนไปทางขวา 2000 px กด Enter เพื่อใช้งานค่าที่ตั้งไว้

copy and move the objects

ขั้นตอนที่ 4

ทำแบบเดียวกันกับส่วนอื่น ๆ ตัดขอบริมบนของหน้ากระดาษ คัดลอกลายด้วย Duplicate (Control-J) กด Control-T พิมพ์ 2000 ในตำแหน่งค่า Vertical (ซึ่งเป็นค่าความสูงของหน้ากระดาษ) ทำให้ภาพลดลงมาอยู่ที่ 2000 px

ถ้าคุณต้องการขยับลายให้อยู่ฝั่งตรงข้าม ให้ตั้งค่าเป็นลบ (-2000) เพื่อขยับภาพจากล่างขึ้นบนหรือจากขวาไปซ้าย 

copy and move the objects 2

ขั้นตอนที่ 5

เพิ่มรูปทรงอื่น ๆ เล็กน้อยเพื่อกลบช่องว่างของลวดลาย ภาพใหม่ที่เพิ่มเข้าไปนี้จะใช้สีที่ตัดกัน เช่น สีเขียวที่เจือชมพูหรือแดง แล้วก็สีเหลือง ภาพจะได้ดูเหมือนระบายด้วยแปรงแบบแห้ง ช่วยเพิ่มลูกเล่นหลากหลายให้ลวดลาย

Add minor custom shapes

ขั้นตอนที่ 6

ลองเพิ่มสีสันพื้นผิวอื่น ๆ ให้ภาพของเราอีกก็ได้ เช่น ใบปาล์ม ขั้วสับปะรด เป็นต้น ลวดลายจะได้ไม่ซ้ำใคร

 add textured colorful stains to other elements

ขั้นตอนที่ 7

ตอนนี้ก็ได้ลายเป็นที่พอใจแล้ว ทั้งตำแหน่งจัดวางภาพและสีสัน มาดูกันต่อว่าจะเก็บลายนี้แล้วเอาไปใช้งานอื่น ๆ ได้อย่างไร

ไปที่ Edit > Define Pattern แล้วตั้งชื่องานได้ที่กล่องข้อความ

Define Pattern and give your pattern a proper name

ขั้นตอนที่ 8

ถ้าตอนนี้เราใช้ Paint Bucket Tool (G) และไปที่ control panel ด้านบน เราสามารถกำหนดค่าสีได้ที่ Pattern แล้วก็เลื่อนลูกศรขึ้น-ลงเพื่อดูลายได้ เราสามารถทำได้ทั้งคลิกที่ไอคอนเล็ก ๆ แล้วกด Save Patterns หรือจะเปิด Preset Manager แล้วกด Save ลายก็ได้

save our pattern

ขั้นตอนที่ 9

มีหลายตัวเลือกที่สามารถใช้ได้กับลวดลายใหม่ ๆ ของเรา เลือกใช้ได้ทั้ง Rectangular หรือ Elliptical Marquee Tool (M) เพื่อกำหนดขอบเขตแล้วลงสีด้วย Paint Bucket Tool (G)

นอกจากนั้น ยังใช้ Custom Shape Tool (U) เพื่อวาดรูปทรงอิสระและลงสีลายได้จาก control panel ด้านบน หรืออยากปรับสเกลลายของเราก็ยังได้

apply pattern to custom shapes

ขั้นตอนที่ 10

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เราสามารถสร้างไฟล์ใหม่ให้ใหญ่ขึ้น สร้างเลเยอร์ใหม่ แล้วใช้ Paint Bucket Tool (G) ลงสีที่พื้นหลังของลายได้เช่นกัน

apply pattern to whole artboard

นี่ไง!  ลายเมืองร้อนแบบไร้รอยต่อของเราก็เสร็จเรียบร้อย!

เยี่ยมเลย!  เราสร้างลายดอกไม้ใบไม้สวย ๆ รับหน้าร้อนเสร็จแล้ว หวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้คุณเริงร่ารับหน้าร้อนและมีเคล็ดลับใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่องานศิลปะในอนาคต

ลองเอาเทคนิคง่าย ๆ นี้ไปใช้สร้างลวดลายใหม่ ๆ สำหรับพื้นหลังเว็บไซต์ งานพิมพ์ ลายผ้า กระดาษห่อของขวัญ และอีกสารพัดสิ่ง

ขอให้สนุกนะ!

Tropical Seamless Pattern is Ready
Advertisement
Advertisement
Looking for something to help kick start your next project?
Envato Market has a range of items for sale to help get you started.